สุดสยอง !! ชายคนนี้ตกปลาอยู่ดีๆ โดนตัวประหลาดดึงตัวลงในน้ำ พอชาวบ้านเห็นถึงกับขนลุก ไม่น่าจะเชื่อเลย มีคลิป
Showing posts with label All. Show all posts
Showing posts with label All. Show all posts
สุดสยอง !! ชายคนนี้ตกปลาอยู่ดีๆ โดนตัวประหลาดดึงตัวลงในน้ำ พอชาวบ้านเห็นถึงกับขนลุก ไม่น่าจะเชื่อเลย มีคลิป
มาแล้วค่ะ!! เลขเด็ด รวยประทับใจ งวดวันที่ 16 ก.ย. 58 (เข้าทุกงวด) ห้ามพลาด!!
ขอให้ทุกท่านที่เข้ามาชมและแชร์โพสต์นี้ โชคดี
ถูกหวยงวดนี้กับ หวยเด็ด "รวยประทับใจ"
รวยๆ เฮงๆ ค่ะ
เป็นที่นิยมของคอหวยมาตลอดทุกงวด สำหรับงวดนี้ให้มา
ที่มา manichdaily.blogspot.com
ไม่ว่าจะเป็น เจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือ ผู้ค้ำฯ ยิ่งต้องอ่าน แก้ ป.พ.พ. (ฉบับใหม่ล่าสุด)
ในวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘ เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๕๘
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในเรื่องการค้ำประกันและจำนองเพื่อให้มีความเหมาะสมแก่การประกอบธุรกิจในปัจจุบันสมควรกำหนดให้ผู้ค้ำประกันที่เป็นนิติบุคคลสามารถผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมได้รวมทั้งสามารถทำข้อตกลงล่วงหน้ายินยอมให้มีการผ่อนเวลาได้ หากเป็นสถาบันการเงินหรือประกอบอาชีพค้ำประกันเพื่อสินจ้างเป็นปกติธุระ

กฎหมายฉบับนี้ มี สิบ มาตรา ดังนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่ง ละพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๕๘”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไปให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา ๖๘๑/๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๐)พ.ศ. ๒๕๕๗
“ความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับแก่กรณีผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมในกรณีเช่นนั้นผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลนั้นย่อมไม่มีสิทธิดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา๖๘๘มาตรา ๖๘๙ และมาตรา ๖๙๐”
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖๘๕/๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์(ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๖๘๕/๑ บรรดาข้อตกลงเกี่ยวกับการค้ำประกันที่แตกต่างไปจากมาตรา ๖๘๑ วรรคหนึ่งวรรคสอง และวรรคสาม มาตรา ๖๘๖ มาตรา ๖๙๔ มาตรา ๖๙๘ และมาตรา ๖๙๙ เป็นโมฆะ”
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๖๙๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๐)พ.ศ. ๒๕๕๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๖๙๑ ในกรณีที่เจ้าหนี้ตกลงกับลูกหนี้ อันมีผลเป็นการลดจำนวนหนี้ที่มีการค้ำประกันรวมทั้งดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน หรือค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้น ให้เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงดังกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตกลงกันนั้นถ้าลูกหนี้ได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้วก็ดีลูกหนี้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดไม่ครบถ้วนแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ส่วนที่เหลือนั้นแล้วก็ดี หรือลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดนั้นแล้วก็ดีให้ผู้ค้ำประกันเป็นอันหลุดพ้นจากการค้ำประกันในการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันดังกล่าวผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้
แม้จะล่วงเลยกำหนดเวลาชำระหนี้ตามที่ได้ลดแต่ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาชำระหนี้ดังกล่าว
ในกรณีที่เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงดังกล่าวเมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้วให้ผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงนั้นทั้งนี้ข้อตกลงที่ทำขึ้นภายหลังที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้แล้วหากในข้อตกลงนั้นมีการขยายเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ มิให้ถือว่าเป็นการผ่อนเวลาตามมาตรา ๗๐๐”
มาตรา ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของมาตรา ๗๐๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๐)พ.ศ. ๒๕๕๗
“ความในวรรคสอง มิให้ใช้บังคับแก่กรณีผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นสถาบันการเงินหรือค้ำประกันเพื่อสินจ้างเป็นปกติธุระ”
มาตรา๗ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา๗๒๗/๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อตกลงใดอันมีผลให้ผู้จำนองรับผิดเกินที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง หรือให้ผู้จำนองรับผิดอย่างผู้ค้ำประกัน ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ ไม่ว่าข้อตกลงนั้นจะมีอยู่ในสัญญาจำนองหรือทำเป็นข้อตกลงต่างหากทั้งนี้ เว้นแต่เป็นกรณีที่นิติบุคคลเป็นลูกหนี้และบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการตามกฎหมายหรือบุคคลที่มีอำนาจควบคุมการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้นเป็นผู้จำนองทรัพย์สินของตนไว้เพื่อประกันหนี้นั้นของนิติบุคคลและผู้จำนองได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้เป็นสัญญาต่างหาก”
มาตรา๘ ข้อตกลงใดที่ได้ทำขึ้นระหว่างวันที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ มีผลใช้บังคับจนถึงวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ยังคงใช้บังคับต่อไปได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
มาตรา๙ในกรณีที่เจ้าหนี้กระทำการใดๆ ระหว่างวันที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๗ มีผลใช้บังคับจนถึงวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ อันมีผลเป็นการลดจำนวนหนี้ที่มีการค้ำประกัน รวมทั้งดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน หรือค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้น ให้เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงการลดหนี้ดังกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและให้ผู้ค้ำประกันเป็นอันหลุดพ้นจากการค้ำประกันตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา๖๙๑วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
ที่มา siam55.com
กลิ่นมาดาม..หอมชื่นใจ! "อุ๋ย บุดดาเบลส" แชร์ภาพสุดเลวร้ายบนเครื่องบิน
เจอแบบนี้มีช็อก! เมื่อแร็พเปอร์คุณธรรมตัวแสบ "อุ๋ย บุดดาเบลส" แชร์ภาพสุดประทับใจปนขมขื่น ระหว่างนั่งเครื่องบินกลับจากประเทศอังกฤษ แต่ต้องเจอมารยาทคนใช้เครื่องสุดแย่ เมื่อผู้โดยสารเบาะด้านหลังเอาเท้าเหยียดขึ้นมาถึงบริเวณขอบหน้าต่าง ซึ่งพอดีกับตำแหน่งหัวของหนุ่มอุ๋ยพอดี โดยนักร้องอารมณ์ได้แต่ทำหน้าเซ็งพร้อมเซลฟี่มาฝากแฟนๆ ผ่านอินสตาแกรม @guioui พร้อมข้อความสั่นๆ แต่ได้ใจความว่า "แม่ง"
โดยหลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ออกไป มีแฟนเพลงจำนวนมาก เข้ามาแลกเปลี่ยนความเห็น บ้างก็เล่าถึงประสบการณ์อันเลวร้าย ในการเจอกับผู้โดยสารไร้มารยาทบนเครื่องบินที่ตนเองเคยเจอมา


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1440664366
บทสรุปทางกฎหมาย...ตำรวจสามารถยึดใบขับขี่ได้หรือไม่?
มีข้อถกเถียงและหลายคน ในที่นี่คงเคยประสบกับปัญหาการนี่เองกับตัว หรือได้ยินได้ฟังมาจาการบอกเล่าของเพื่อน พี่น้อง กันบ้างแล้ว ที่นี่เรามาดูกันว่าตำรวจสามารถยึดใบขับขี่ได้หรือไม่
1) อำนาจจราจร — การขับรถตามท้องถนน แล้วเจอด่านตำรวจ หรือ มีตำรวจเรียกให้หยุด ก็เป็นหน้าที่ของเราผู้ขับต้องหยุดรถ และ อำนวจความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบ
หากมีคำสั่งให้หยุดรถแล้วไม่ปฎิ บัติตาม โดยไม่มีเหตุผล หรือ ข้อแก้ตัวที่เหมาะสม ก็อาจโดนโทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากถึงขั้นพุ่งชนสิ่งกีดขวางแล้วหลบหนี ก็มักผิดกว่ากฎหมายจราจรธรรมดา เพราะถือเป็นการต่อสู้กับเจ้าพนักงาน อาจโดนโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตำรวจไม่มีอำนาจยึดกุญแจหรือบัตรอื่นๆได้
2) การยึดบัตรต่างๆของเจ้าหน้าที่ตำรวจ -มีข้อถกเถียงกันมานาน แล้วว่าเมื่อตำรวจจับกุมผู้กระทำความผิด เช่นขับขี่จักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกกันน็อคหรือขับโดยไม่พกใบอนุญาตขับขี่ ตำรวจมีอำนาจยึดบัตรประชาชน บัตรเครดิต หรือ บัตรอื่นๆ (ไม่รวมถึงใบอนุญาตขับขี่) หรือการยึดกุญแจรถคันนั้นได้หรือไม่ เมื่อสำรวจกฎหมายที่เกี่ยวข้องเช่น กฎหมายจราจรทางบก กฎหมายรถยนต์ กฎหมายบัตรประจำตัวประชาชน ไม่ปรากฎว่ามีมาตราใด ให้อำนาจตำรวจจราจรยึดบัตรประชาชน หรือ บัตรอื่นๆได้ และยิ่งเป็นการยึดกุญแจ (ตำรวจยิ่งไม่มีอำนาจกระทำได้)
ระวังอย่าให้เงินตำรวจนะครับ อาจมีความผิดฐานติด สินบนเจ้าพนักงานได้
— การยึดบัตรอื่นๆหรือกุญแจรถ โดยตำรวจอ้างว่าให้ไปชำระค่าปรับก่อนแล้วจะคืนรถให้ กรณีที่ได้รับใบสั่ง แล้วเอาใบเสร็จมาแสดง ก็จะคืนกุญแจและบัตรให้
สำหรับคนมีเงิน ก็คงจะไปรีบจ่ายแต่ถ้าไม่มีเงิน ก็คงต้องรอจนกว่าจะมี จากนั้นค่อยไปจ่ายและนำกุญแจรถ หรือ บัตรอื่นๆคืนภายหลัง (เรื่องนี้ขอย้ำเลยว่า กฎหมายจราจรทางบก และ กฎหมายรถยนต์ ไม่ได้ให้อำนาจจราจรทำเช่นนั้น)
หากมีคำสั่งให้หยุดรถแล้วไม่ปฎิ บัติตาม โดยไม่มีเหตุผล หรือ ข้อแก้ตัวที่เหมาะสม ก็อาจโดนโทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากถึงขั้นพุ่งชนสิ่งกีดขวางแล้วหลบหนี ก็มักผิดกว่ากฎหมายจราจรธรรมดา เพราะถือเป็นการต่อสู้กับเจ้าพนักงาน อาจโดนโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตำรวจไม่มีอำนาจยึดกุญแจหรือบัตรอื่นๆได้
2) การยึดบัตรต่างๆของเจ้าหน้าที่ตำรวจ -มีข้อถกเถียงกันมานาน แล้วว่าเมื่อตำรวจจับกุมผู้กระทำความผิด เช่นขับขี่จักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกกันน็อคหรือขับโดยไม่พกใบอนุญาตขับขี่ ตำรวจมีอำนาจยึดบัตรประชาชน บัตรเครดิต หรือ บัตรอื่นๆ (ไม่รวมถึงใบอนุญาตขับขี่) หรือการยึดกุญแจรถคันนั้นได้หรือไม่ เมื่อสำรวจกฎหมายที่เกี่ยวข้องเช่น กฎหมายจราจรทางบก กฎหมายรถยนต์ กฎหมายบัตรประจำตัวประชาชน ไม่ปรากฎว่ามีมาตราใด ให้อำนาจตำรวจจราจรยึดบัตรประชาชน หรือ บัตรอื่นๆได้ และยิ่งเป็นการยึดกุญแจ (ตำรวจยิ่งไม่มีอำนาจกระทำได้)
ระวังอย่าให้เงินตำรวจนะครับ อาจมีความผิดฐานติด สินบนเจ้าพนักงานได้
— การยึดบัตรอื่นๆหรือกุญแจรถ โดยตำรวจอ้างว่าให้ไปชำระค่าปรับก่อนแล้วจะคืนรถให้ กรณีที่ได้รับใบสั่ง แล้วเอาใบเสร็จมาแสดง ก็จะคืนกุญแจและบัตรให้
สำหรับคนมีเงิน ก็คงจะไปรีบจ่ายแต่ถ้าไม่มีเงิน ก็คงต้องรอจนกว่าจะมี จากนั้นค่อยไปจ่ายและนำกุญแจรถ หรือ บัตรอื่นๆคืนภายหลัง (เรื่องนี้ขอย้ำเลยว่า กฎหมายจราจรทางบก และ กฎหมายรถยนต์ ไม่ได้ให้อำนาจจราจรทำเช่นนั้น)
ที่นี่มาดูเรื่องใบขับขี่กัน
ใบขับขี่เป็นทรัพย์สิน ปกติคนอื่นเอาทรัพย์สินเราไปโดยไม่มีสิทธิ ย่อมเป็นความผิดในฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔ ได้ ซึ่งวางหลักว่า “ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่นไป ย่อมมีความผิดฐานลักทรัพย์” โดยการเอาไปในที่นี้ต้องเป็นการเอาไปโดยไม่มีสิทธิหรือไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ดังนั้น หากผู้เอาไปซึ่งทรัพย์สินมีสิทธิหรืออำนาจตามกฎหมาย ผู้เอาไปย่อมไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ เช่น ลูกหนี้ที่แพ้คดีแพ่งในศาล และไม่ยอมชำระเงินตามคำพิพากษา ต่อมาศาลออกคำสั่งยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาด แม้ลูกหนี้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีก็มีอำนาจตามกฎหมายที่จะยึดทรัพย์ได้ เป็นต้น ซึ่งกรณีนี้ก็จะไปแจ้งความว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีลักทรัพย์ก็ไม่ได้
แต่น่าคิดที่ว่า ตำรวจจราจรมีอำนาจในการยึดใบขับขี่หรือไม่ ซึ่งพิจารณาเป็นลำดับได้ดังนี้
แต่น่าคิดที่ว่า ตำรวจจราจรมีอำนาจในการยึดใบขับขี่หรือไม่ ซึ่งพิจารณาเป็นลำดับได้ดังนี้
1.ในระบบกฎหมายไทย เจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ย่อมเป็นผู้ที่มีอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ในการจำหน่าย จ่าย โอน ทร้พย์สิน รวมถึงทำลายทรัพย์สินนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๖ บัญญัติไว้ว่า
“มาตรา ๑๓๓๖ ภายในบังคับแห่งกฎหมาย เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอยและจำหน่ายทรัพย์สินของตนและได้ซึ่งดอกผลแห่ง ทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะ ยึดถือไว้ และมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบ ด้วยกฎหมาย”
“มาตรา ๑๓๓๖ ภายในบังคับแห่งกฎหมาย เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอยและจำหน่ายทรัพย์สินของตนและได้ซึ่งดอกผลแห่ง ทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะ ยึดถือไว้ และมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบ ด้วยกฎหมาย”
2.อำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ที่ว่านี้ หากมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายนั้น ๆ เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๓๖ นั้น ขึ้นต้นด้วยถ้อยคำว่า “ภายในบังคับแห่งกฎหมาย เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอย จำหน่ายทรัพย์สิน ….” ซึ่งหมายความว่า หากมีกฎหมายอื่นกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น กฎหมายนั้น ๆ ย่อมริดรอนสิทธิหรืออำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ของเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้
ตัวอย่าง เช่น หากเราเป็นเจ้าของที่มีกรรมสิทธิ์ในดินสอหนึ่งแท่ง วันหนึ่งเราอาจหักดินสอ เช่นนี้ เราก็สามารถทำได้ เพราะเราเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ย่อมมีสิทธิในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ อีกทั้งไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ตัวอย่าง เช่น หากเราเป็นเจ้าของที่มีกรรมสิทธิ์ในดินสอหนึ่งแท่ง วันหนึ่งเราอาจหักดินสอ เช่นนี้ เราก็สามารถทำได้ เพราะเราเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ย่อมมีสิทธิในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ อีกทั้งไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
3.ตำรวจจราจรจะมีอำนาจยึดใบขับขี่หรือไม่ จากที่กล่าวมาทั้ง ๒ ประการข้างต้น จะเห็นว่า ใบขับขี่เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา คนอื่นจะมายึดมายุ่งโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายไม่ได้
+++++++
เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้เป็นการชั่วคราวก็ได้
ดัง นั้น หากตำรวจจะยึดใบขับขี่ในกรณีที่เราทำผิดกฎจราจรได้ ก็ต้องค้นหาว่าตำรวจอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติใดแห่งกฎหมายที่จะยึดใบขับขี่ ทั้งนี้เพราะหลักกฎหมายทั่วไปมีว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐจะใช้อำนาจกระทบสิทธิและเสรีภาพของบุคคลไม่ได้ เว้นแต่จะอาศัยอำนาจที่กฎหมายบัญญัติไว้” ซึ่งหากไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ ตำรวจก็จะยึดใบขับขี่ไม่ได้ หากยึดไปโดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจก็อาจจะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ได้
เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้เป็นการชั่วคราวก็ได้
ดัง นั้น หากตำรวจจะยึดใบขับขี่ในกรณีที่เราทำผิดกฎจราจรได้ ก็ต้องค้นหาว่าตำรวจอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติใดแห่งกฎหมายที่จะยึดใบขับขี่ ทั้งนี้เพราะหลักกฎหมายทั่วไปมีว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐจะใช้อำนาจกระทบสิทธิและเสรีภาพของบุคคลไม่ได้ เว้นแต่จะอาศัยอำนาจที่กฎหมายบัญญัติไว้” ซึ่งหากไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ ตำรวจก็จะยึดใบขับขี่ไม่ได้ หากยึดไปโดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจก็อาจจะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ได้
++++++
เมื่อค้นคว้าตัวบทกฎหมายก็พบว่า พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ บัญญัติไว้ว่า “มาตรา ๑๔๐ เมื่อเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่พบว่าผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนหรือ ไม่ปฏิบัติตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้นๆ จะว่ากล่าว ตักเตือนผู้ขับขี่ หรือออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบก็ได้ ในกรณีที่ไม่พบตัวผู้ขับขี่ก็ให้ติดหรือผูกใบสั่งไว้ที่รถที่ผู้ขับขี่เห็น ได้ง่าย
สำหรับความผิดที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕๗/๑ มาตรา ๑๕๙ มาตรา ๑๖๐ มาตรา ๑๖๐ ทวิ และมาตรา ๑๖๐ ตรี ห้ามมิให้ว่ากล่าวตักเตือนหรือทำการเปรียบเทียบ
ในการออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบตามวรรคหนึ่ง เจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้เป็น การชั่วคราวก็ได้ แต่ต้องออกใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่ให้แก่ผู้ขับขี่ไว้ และเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องรีบนำใบอนุญาตขับขี่ที่เรียก เก็บไว้ไปส่งมอบพนักงานสอบสวนภายในแปดชั่วโมง นับแต่เวลาที่ออกใบสั่ง
ใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่ที่ออกให้ตามวรรคสามให้ใช้แทนใบอนุญาตขับขี่ได้ เป็นการชั่วคราวไม่เกินเจ็ดวัน เมื่อเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานสอบสวนได้ว่ากล่าวตักเตือนหรือทำการเปรียบเทียบปรับและผู้ขับขี่ ได้ชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบแล้ว ให้คืนใบอนุญาตขับขี่ทันที
ในกรณีเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบสั่งแต่ไม่พบตัวผู้ ขับขี่ ให้สันนิษฐานว่าเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถเป็นผู้กระทำผิดดังกล่าว เว้นแต่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้อื่นเป็นผู้ขับขี่
การกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบเทียบ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด
ใบสั่งและใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่ ให้ทำตามแบบที่เจ้าพนักงานจราจรกำหนด”
ดัง นั้น จะเห็นได้ว่า จากบทบัญญัติของมาตรา ๑๔๐ นี้ ได้ให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานซึ่งหมายถึง ตำรวจจราจรที่จะยึดใบอนุญาตขับขี่ได้เมื่อมีการฝ่าฝืนกฎจราจร จึงทำให้แม้ผู้เป็นเจ้าของใบขับขี่มีอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๓๖ แต่ตำรวจจราจรก็มีอำนาจตามกฎหมายเฉพาะที่จะยึดใบขับขี่ได้ เช่นนี้แล้วเมื่อตำรวจจราจรมีอำนาจตามกฎหมายในการยึดใบขี่ การที่ตำรวจจราจรเอาใบขับขี่ของเราไป เราก็จะไปแจ้งความว่าตำรวจมีความผิดฐานลักทรัพย์ไม่ได้ เพราะการเอาไปของตำรวจเป็นการเอาไปซึ่งทรัพย์สินโดยมีอำนาจตามกฎหมาย
ดัง นั้น จะเห็นได้ว่า จากบทบัญญัติของมาตรา ๑๔๐ นี้ ได้ให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานซึ่งหมายถึง ตำรวจจราจรที่จะยึดใบอนุญาตขับขี่ได้เมื่อมีการฝ่าฝืนกฎจราจร จึงทำให้แม้ผู้เป็นเจ้าของใบขับขี่มีอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๓๖ แต่ตำรวจจราจรก็มีอำนาจตามกฎหมายเฉพาะที่จะยึดใบขับขี่ได้ เช่นนี้แล้วเมื่อตำรวจจราจรมีอำนาจตามกฎหมายในการยึดใบขี่ การที่ตำรวจจราจรเอาใบขับขี่ของเราไป เราก็จะไปแจ้งความว่าตำรวจมีความผิดฐานลักทรัพย์ไม่ได้ เพราะการเอาไปของตำรวจเป็นการเอาไปซึ่งทรัพย์สินโดยมีอำนาจตามกฎหมาย
หวังว่าบทความนี้อาจจะทำให้ทุกท่านเข้าใจหลักกฏหมายและวิธีการปฏิบัติของตำรวจจราจรมากขึ้นนะครับ
ที่มา patjaa.com
ทำงานเป็นกะ...สมองแก่ลง 6ปี!
นักวิจัยกล่าวเตือนผู้ที่ต้องทำงานเป็นกะ หมุนเวียนเปลี่ยนไป ไม่ตายตัวว่า ในระยะยาวอาจทำให้ความจำและสติปัญญาเสื่อมโทรมได้ เพราะการทำงานเป็นกะ อาจทำให้นาฬิกาชีวภาพในตัวเองได้รับความกระทบกระเทือน แบบเดียวกับอาการเมาจากการบิน เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงเวลากลางวันเป็นกลางคืน หรือกลางคืนเป็นกลางวันอย่างรวดเร็ว
นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยตูลูสและสวอนซี ได้ศึกษาจากคนทำงานในฝรั่งเศส 3,000 คน ซึ่งทำงานเป็นกะไม่ตายตัวมานานไม่ต่ำกว่า 10 ปี ได้พบว่าพวกเขาต่างมีสติปัญญาเสื่อมไปตามๆกัน ราวกับสมองแก่ลงไปตั้ง 6 ปีกว่า โดยที่ยังไม่อาจทราบแน่นอนว่าการทำงานเป็นกะ จะกระทบกระเทือนกับการทำงานของสมองหนักหนาเท่าใด
อย่างไรก็ดี นักวิจัยก็ได้พบเหมือนกันว่า หากผู้ที่ทำงานเป็นกะเปลี่ยนมาทำตามเวลาปกติเมื่อใด สติปัญญาก็อาจกลับคืนดีใหม่ได้ เพียงแต่ว่าอาจกินเวลานานตั้ง 5 ปี ถึงจะเห็นผล!!!!
นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยตูลูสและสวอนซี ได้ศึกษาจากคนทำงานในฝรั่งเศส 3,000 คน ซึ่งทำงานเป็นกะไม่ตายตัวมานานไม่ต่ำกว่า 10 ปี ได้พบว่าพวกเขาต่างมีสติปัญญาเสื่อมไปตามๆกัน ราวกับสมองแก่ลงไปตั้ง 6 ปีกว่า โดยที่ยังไม่อาจทราบแน่นอนว่าการทำงานเป็นกะ จะกระทบกระเทือนกับการทำงานของสมองหนักหนาเท่าใด
อย่างไรก็ดี นักวิจัยก็ได้พบเหมือนกันว่า หากผู้ที่ทำงานเป็นกะเปลี่ยนมาทำตามเวลาปกติเมื่อใด สติปัญญาก็อาจกลับคืนดีใหม่ได้ เพียงแต่ว่าอาจกินเวลานานตั้ง 5 ปี ถึงจะเห็นผล!!!!
ที่มา: http://www.thaijobsgov.com/jobs=28310
แซ่บสะท้านโลก!! คอลเลคชั่นอลังการชุดใหม่จาก "น้องม๊าเดี่ยว" เจ้าแม่แฟชั่นภูธร! (ชมภาพ)

มาแล้วค่าาาา "น้องม๊าเดี่ยว" อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ แฟชั่นนิสต้าคนดัง ที่ตั้งฉายาตัวเองอย่างภาคภูมิใจว่า ฉันนี่แหละ.. นางแบบกระเทยภูธร !! แต่เดี๋ยวก่อนน น.. ฝีมือไม่ภูธรนะจ๊ะ น้องเขาน่ะ.. ชื่อเสียง และความสามารถระดับอินเตอร์เลยก็ว่าได้ !!
ด้วยวัยเพียง 15 ที่เพิ่งถอยบัตรประชาชนป้ายแดงมาหมาดๆ แต่ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็กลายเป็นชุดเวอร์วังอลังการได้หมด ทำเอาวงการแฟชั่นต้องสั่นสะท้านยิ่งกว่าแผ่นดินไหวระดับ 8.2
วันนี้ คุณลูกสาวกลับมาประกาศศักดา ด้วยเสื้อผ้าคอลเลคชั่นชุดใหม่ ที่แซ่บ !! แบบไม่ทำให้ใครผิดหวังแน่นอนค่าา าา า
ภาพจาก อภิเชษฐ์ ม๊าเดี่ยว เอติรัตนะ














ที่มา: http://social.tnews.co.th/content/157874/
พ่อแม่สุดช็อค!! หลังปล่อยให้ลูกๆ ถ่ายรูปกับ “ทุ่น” อย่างสนุกสนาน …แต่มารู้ทีหลัง ว่ามันคือสิ่งที่อันตรายที่สุดในโลก!!!
ครอบครัวชาวอังกฤษพาลูกสาวและลูกชายไปเที่ยวชายหาด พบทุ่นปริศนาที่ดูน่าสนใจจึงให้ลูก ๆ เก๊กท่าถ่ายรูปลงโซเชียล แต่หลังจากนั้นถึงกับช็อกเมื่อได้รู้ว่าเจ้าทุ่นนั้น แท้จริงแล้วคือระเบิดขนาดใหญ่ ตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เว็บไซต์เมโทรรายงานเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2558 ว่า ครอบครัวกราเวลล์ได้พาลูกสาวและลูกชายไปเที่ยวที่ชายหาดแห่งหนึ่งใกล้ ๆ กับท่าเรือเบอร์รี่ ประเทศอังกฤษ แล้วก็ได้พบกับวัตถุปริศนาที่มีสาหร่ายและเพรียงเกาะอยู่เต็มไปหมด พวกเขาคิดว่ามันน่าจะเป็นทุ่นเก่าคร่ำครึจากเรืออับปาง จึงอนุญาตให้ลูก ๆ เล่นทรายอยู่ใกล้ ๆ วัตถุนั้น และไม่ลืมที่จะแชะภาพเป็นที่ระลึกด้วย สนุกสนานกันเลยทีเดียว
จากนั้น 5 วันให้หลัง ครอบครัวนี้ก็ต้องตะลึง เมื่อได้เห็นรายงานข่าวการปิดหาดเพื่อทำลายวัตถุที่พวกเขาเคยคิดว่าเป็นทุ่น แต่แท้จริงแล้วมันคือ ”ระเบิด” ที่ไม่ทำงาน สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยในรายงานข่าวปรากฏให้เห็นภาพของแรงระเบิดที่ไม่ธรรมดาเลย
เคลลี่ ผู้เป็นแม่ บอกว่า พวกเขาพบระเบิดนี้ตอนที่น้ำลงจนสามารถลงไปเดินเล่นในทะเลได้สบาย ๆ พวกเด็ก ๆ เองก็สนอกสนใจวัตถุประหลาดนี้มาก เพราะมันมีสาหร่ายและเพรียงจำนวนมากเกาะเต็มไปหมด โดยเธอและสามีไม่เคยคิดมาก่อนว่าวัตถุนั้นจะเป็นระเบิด และโชคดีเหลือเกินที่ระเบิดไม่ทำงานในตอนนั้น ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงตายพร้อมกันทั้งครอบครัว
ที่มา dookhaw.blogspot.com
สลดแม่เฒ่าชาวปัตตานี ใจวายดับคาเครื่องบิน ขณะไปพิธีฮัจญ์ที่ซาอุฯ

สลด! แม่เฒ่าวัย 76 ปี ผู้แสวงบุญพิธีฮัจญ์ที่ซาอุดีอาระเบียเสียชีวิตคาเครื่องบิน สายการบินไทย หลังบินออกจากสนามบิน นราธิวาสได้ไม่กี่ชั่วโมงผอ.กองกิจการฮัจญ์ (ศอ.บต.) เผยแม่เฒ่าฮุจญาจจากปัตตานี มีอาการหัวใจล้มเหลวก่อนสิ้นลมอย่างสงบบนเครื่องบินระหว่างแวะเติมน้ำมันที่ เมืองมัสกัต ประเทศโอมาน ล่าสุดทางญาติยินยอมทำพิธีฝังศพมารดาแล้วที่เมืองมัสกัต ขณะที่แอร์การบินไทยที่ใช้ชื่อ Branson Aaron ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กเล่า นาทีพยายามช่วยยื้อชีวิต"มะ"กลางอากาศ บนเครื่องบิน
เมื่อ วันที่ 20 ส.ค. นายอับดุลฮาลิม มินซาร์ ผอ.กองกิจการฮัจญ์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เปิดเผยว่า ได้รับข่าวฮุจญาจจาก จ.ปัตตานี เสียชีวิต บนเครื่องบินเที่ยวแรก ระหว่างการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยออกเดินทางจากท่าอากาศยานนราธิวาส เวลา 15.50 น. ปลายทางถึงท่าอากาศยานมะดีนะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เวลา 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ผู้เสียชีวิตชื่อนางมะ ตอเล็บ อายุ 76 ปี เป็นชาว อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เสียชีวิตระหว่างเดินทางด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำของการบินไทย โดยผู้เสียชีวิตเดินทางออกจากประเทศไทย เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเที่ยวบินแรกที่นำ ผู้แสวงบุญเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์จาก ท่าอากาศยานนราธิวาส
ผอ.กองกิจการฮัจญ์ ศอ.บต. กล่าวอีกว่า นางมะมีอาการหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตบนเครื่องบินระหว่างที่เครื่องบิน กำลังแวะเติมน้ำมันที่เมืองมัสกัต ประเทศโอมาน ซึ่งเจ้าหน้าที่การบินไทยนำศพส่งร.พ.ที่เมืองมัสกัต เพื่อตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต ต่อมาศอ.บต.ประสานถึงขั้นตอนการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาว่า จะดำเนินการอย่างไร โดยศอ.บต.ประสานไปยังลูกชายของผู้เสียชีวิตที่ จ.ปัตตานี ปรากฏว่าลูกชายยินยอมให้ประกอบพิธีทางศาสนา และทำพิธีฝังศพมารดาที่เมืองมัสกัต โดยได้ลงนามในเอกสารยินยอม เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ศอ.บต.ได้ส่งเอกสารผ่านทางสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศโอมาน ดำเนินการประสานกับเจ้าหน้าที่เรื่องการประกอบพิธีทางศาสนา และทำพิธีฝังศพเรียบร้อยแล้ว
ด้านนายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศอ.บต.สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการประกอบพิธีศพ จำนวน 20,000 บาท ผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำโอมาน และได้ดำเนินการพิธี ฝังศพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ครั้งนี้ นางมะเดินทางพร้อมลูกชาย 1 คน เพื่อช่วยดูแล ซึ่งนางมะมีโรคประจำตัวมาก่อน กระทั่งเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลวระหว่างการเดินทาง
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า กรณีผู้แสวงบุญ ประกอบพิธีฮัจญ์เสียชีวิตระหว่างเดินทาง ที่ประเทศโอมาน โดยแอร์การบินไทยเล่านาทีช่วยเหลือโพสต์ในเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อ Branson Aaron เล่าประสบการณ์เที่ยวบินแรกที่นำ ฮุจญาจบินจากสนามบินนานาชาตินราธิวาส ไปซาอุดีอาระเบีย และวินาทีที่ฮุจญาจเสียชีวิต ระบุว่า ประสบการณ์ไฟลต์ฮัจญ์ ครั้งแรกนี้ เป็นปีแรกที่ตัดสินใจสมัครมาไฟลต์ฮัจญ์ สมัครมาคนเดียวไม่มีเพื่อนเดี๋ยวค่อยไปหา เอาข้างหน้า พอได้มาบินจริงๆ แล้วรู้สึกดีใจ ที่สมัครมาบินเพราะมีแต่คนบอกว่ามาแล้ว ได้บุญ เราไม่รู้หรอกนะว่าบุญที่เค้าหมายถึงมันคืออะไร?
วันนี้เป็น วันแรก ตอนที่เราไปถึงสนามบินนราธิวาส มองไปเห็นทหารมายืนรอช่วยเหลือผู้โดยสาร ช่วยยกกระเป๋าส่งต่อ ช่วยพยุง คนแก่ขึ้นบันไดเทียบเครื่องบิน รั้วสนามบิน มีพี่น้องชาวมุสลิมเป็นร้อยมายืนรอส่งญาติๆ มันปลาบปลื้มในแรงศรัทธาของพวกเขามากๆ
บนไฟลต์จากนราธิวาสมา ลงมัสกัต ในระหว่างที่เราอยู่เวรสังเกตเห็นลูกชาย บังนั่งนวดให้กับมะของเขา มะอายุ 78 แล้ว ตอนขึ้นเครื่องยังทักเลยว่ามะแข็งแรงมากเก่งมากๆ เดินขึ้นบันไดมาเอง แดดร้อนๆ บันไดหลายขั้น มะก็เหงื่อตก มีอาการหอบเหนื่อยปกติ
อีก 1 ช.ม.เครื่องใกล้จะถึงมัสกัตแล้ว เราเดินเสิร์ฟน้ำ เห็นมะนั่งหลับนิ่งๆ บังนั่งนวดมือให้มะ เรายังนึกเลยว่าบังน่ารักมากๆ นวดมือแม่ตลอดเวลา แต่ผ่านไปได้แค่แป๊บเดียว บังหันมาบอก ขอน้ำหน่อย เราพอหยิบมาเสิร์ฟก็เห็นบังเอานิ้วจิ้มน้ำแตะปากมะ เราเลยถามว่าทำไมไม่ปลุกแม่ให้ดื่มน้ำ บังบอกว่า แม่ไม่ค่อยสบายเท่านั้นแหละเราจับมือมะ มือมะเย็นเฉียบ เราเปิดผ้าคลุมหน้ามะดู มะไม่มีอาการตอบสนอง ดวงตานิ่ง ปากก็พยายามปลุกไปด้วย จับชีพจรไปด้วย ตะโกนเรียกลูกเรือคนอื่นให้เตรียมออกซิเจน AED กระเป๋ายา แจ้งเพอเซ่อและนักบิน ประกาศหาหมอ สั่งลูกชายให้มาช่วยกัน อุ้มมะเข้าไปนอนในครัวเพื่อทำการ CPR
"ตอนนั้น พลังมาเลยนะ อุ้มมะได้สบายๆ ผลัดกันทำ CPR จนเครื่องลงและรอหมอ มารับช่วงต่อ"
ตอน นี้เราเข้าใจแล้วว่าที่ใครๆ บอกว่ามาไฟลต์นี้แล้วได้บุญหมายถึงอะไร? มันคือการที่เราได้นำวิชาชีพที่เราเรียนสะสมมาในเวลาหลายปีมาใช้ให้เป็น ประโยชน์เพื่อช่วยชีวิต คนอื่น สติ ความรู้ และประสบการณ์ มี ประโยชน์มากๆ
พวกเราทุกคนในไฟลต์ทำดีที่สุดและ เต็มที่แล้วค่ะขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว และมะเขาได้ไปแสวงบุญสมความตั้งใจแล้ว
ที่มา khaosod.co.th
ผ่านไป 70ปี หลังหนีสงครามโลกครั้งที่ 2 กลับมาค้นหาสมบัติที่ซ่อนอยู่บ้าน..หลังเดิม!!
"Rudi Schlattner" เป็นชายชราวัย 80 ปี ซึ่งตอนที่เขายังเด็กเขาอาศัยอยู่ในบ้านที่ประเทศเช็กสโลวาเกีย แต่เนื่องจากถูกเยอรมันรุกรานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ครอบครัวของเขาต้องอพยพไปอยู่ที่อื่น

และหลังจากเวลาผ่านไป 70 ปี เขาก็เดินทางกลับมายัง "บ้านหลังเดิม" ที่เขาเคยอาศัยอยู่เมื่อตอนเป็นเด็ก เนื่องจากพ่อของเขาเก็บซ่อนสมบัติเอาไว้ภายในบ้านหลังนี้ ซึ่งมันน่าประหลาดใจมากที่บ้านยังคงอยู่ที่เดิมเพียงแต่ถูกใช้เป็นโรงเรียนอนุบาล

และเมื่อเขาเข้าไปค้นภายในบ้านก็พบว่า ภายในบ้านมีเชือกที่ผูกติดอยู่ระหว่างแผ่นไม้ซึ่งตรงกับสถานที่ซ่อนสมบัติที่พ่อของเขาได้กล่าไว้จริงๆ เมื่อเปิดแผ่นไม้ออกก็พบว่าของทุกอย่างยังอยู่ในสภาพดีเช่นเดิม

โดยบ้านหลังนี้สร้างขึ้นในปี 1928 - 1929 และไม่น่าเชื่อว่าของเก่าแก่นานกว่า 70 ปี ยังคงอยู่ในสภาพเดิมหมด ซึ่งเขาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการเก็บสมบัติทุกอย่าง แต่น่าเสียดายที่สมบัติภายในบ้านไม่ตกเป็นของเขา เพราะทางรัฐบาลเช็กนำสมบัติเหล่านี้ไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์หมด







ที่มา http://www.khaojing.com/8796/
10 วิธีใช้หนี้พ่อแม่ แชร์แล้วได้บุญ

1. จงสร้างความดีให้กับตัวเอง และนี่ก็เป็นการใช้หนี้ตัวเอง ตัวเราพ่อให้หัวใจ แม่ให้น้ำเลือดน้ำเหลืองอยู่ในตัวแล้ว จะไปแสวงหาพ่อที่ไหน จะไปแสวงหาแม่ที่ไหน บางคนรังเกียจแม่ ว่าแก่เฒ่าไม่สวยไม่งาม พอตัวเองแก่ก็เลยถูกลูกหลานรังเกียจ จึงเป็นกงกรรมกงเกวียนยืดเยื้อกันต่อไปอีก
2. ใครที่คุณแม่ล่วงลับไปแล้ว ก็ให้หมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน และถ้าจะทำบุญด้วยการเจริญกรรมฐาน แล้วอุทิศส่วนกุศลไป การทำเช่นนี้ถือว่าได้บุญมากที่สุด ทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ
3. ผู้ใดก็ตาม ที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ให้กลับไปหาแม่ ไปกราบเท้าขอพรจากท่าน จะได้มั่งมีศรีสุข ส่วนคนที่เคยทำไม่ดีไว้กับท่าน ก็นำเทียนแพไปกราบขออโหสิกรรม ล้างเท้าให้ท่านด้วย เป็นการขอขมาลาโทษ
2. ใครที่คุณแม่ล่วงลับไปแล้ว ก็ให้หมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน และถ้าจะทำบุญด้วยการเจริญกรรมฐาน แล้วอุทิศส่วนกุศลไป การทำเช่นนี้ถือว่าได้บุญมากที่สุด ทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ
3. ผู้ใดก็ตาม ที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ให้กลับไปหาแม่ ไปกราบเท้าขอพรจากท่าน จะได้มั่งมีศรีสุข ส่วนคนที่เคยทำไม่ดีไว้กับท่าน ก็นำเทียนแพไปกราบขออโหสิกรรม ล้างเท้าให้ท่านด้วย เป็นการขอขมาลาโทษ
4. ขอฝากท่านไว้ไปสอนลูกหลาน อย่าคิดไม่ดีกับพ่อแม่เลย ไม่ต้องถึงกับฆ่าหรอก แค่คิดว่าพ่อแม่เราไม่ดี จะทำมาหากินไม่ขึ้น เจ๊ง ท่านต้องแก้ปัญหาก่อนคือ ถอนคำพูด ไปขอขมาลาโทษเสีย แล้วมาเจริญกรรมฐาน รับรองสำเร็จแน่ มรรคผลเกิดแน่
5. บางคนลืมพ่อลืมแม่ อย่าลืมนะการเถียงพ่อเถียงแม่ไม่ดี ขอบิณฑบาต สอนลูกหลานอย่าเถียงพ่อเถียงแม่ อย่าคิดไม่ดีกับพ่อกับแม่ ไม่อย่างนั้นจะก้าวหน้าได้อย่างไร ก้าวถอยหลังดำน้ำไม่โผล่
6. คนที่มีบุญวาสนา จะกตัญญูกับพ่อแม่ คนเถียงพ่อเถียงแม่เอาดีไม่ได้..คนไม่พูดกับพ่อแม่ นั่งกรรมฐานร้อยปี ก็ไม่ได้อะไร? ถ้าไม่ขออโหสิกรรม ฯขออโหสิกรรม ที่คิดไม่ดีกับพ่อแม่ คิดไม่ดีกับครูบาอาจารย์
คิดไม่ดีกับพี่ๆ น้องๆ จะไม่เอาอีกแล้ว เอาน้ำไปขันหนึ่ง เอาดอกมะลิโรย กายกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โยโทโส อันว่าโทษทัณฑ์ใด ความผิดอันใด ที่ข้าพเจ้าพลั้งเผลอสติไป ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขอให้คุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย คุณพี่คุณน้อง อโหสิกรรมให้ด้วย แล้วเอาน้ำรดมือรดเท้า
นี่แหละท่านทั้งหลายเอ๋ย เป็นหนี้บุญคุณพ่อแม่มากมาย ยังจะไปทวงนาทวงไร่ ทวงตึก มาเป็นของเราอีกหรือ ตัวเองก็พึ่งตัวเองไม่ได้ สอนตัวเองไม่ได้ เป็นคนอัปรีย์จัญไรในโลกมนุษย์ไปทวงหนี้พ่อแม่ พ่อแม่ให้แล้ว (ให้ชีวิต ให้…ให้… ให้….ฯลฯ) เรียนสำเร็จแล้ว ยังช่วยตัวเองไม่ได้ มีหนี้ติดค้าง รับรองทำมาหากินไม่ขึ้น
หนี้บุญคุณอันยิ่งใหญ่ เหลือจะนับประมาณ นั่นคือหนี้บุญคุณของบิดามารดา
ตัวอย่าง “หนามแหลมใครเสี้ยม มะนาวกลมเกลี้ยงใครไปกลึง” เด็กประถม ๔ พ่อเมาเหล้า เมากัญชาเล่นการพนัน แม่เล่นหวย ปัจจุบันเป็นดอกเตอร์อยู่อเมริกา หลวงพ่อสอนครั้งเดียวจำได้ บอกวันเกิด หนูซื้อขนม ๒ ห่อ เรียกพ่อแม่มานั่งคู่กัน แล้วกราบนะลูกนะ แล้วก็บอกพ่อแม่ว่า ความผิดอันใดที่ลูกพลั้งเผลอ ด้วยกาย วาจา ใจ ที่คิดไม่ดีต่อคุณพ่อคุณแม่ ขอให้คุณพ่อคุณแม่อโหสิกรรมให้ แล้วล้างเท้าให้พ่อแม่ ลูกไม่มีสตางค์ ลูกซื้อขนมมา ๒ ห่อ ให้แม่ก่อน ๑ ห่อ เพราะอุ้มท้องมา แล้วจึงให้พ่ออีก ๑ ห่อ ลูกขอปฏิญาณตนว่า ลูกขอเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ แล้วจะเป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์ ลูกจะไม่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง…พ่อฟังแล้วน้ำตาร่วงสร่างเมา ส่วนแม่ก็ร้องไห้เลย พ่อแม่ก็ให้สัญญากับลูกเลิกอบายมุขทั้งหมด
7. ลูกหลานโปรดจำไว้ เมื่อแยกครอบครัวไปมีสามีภรรยาแล้ว อย่าลืมไปหาพ่อแม่ ถึงวันว่างเมื่อไรต้องไปหาพ่อแม่ ถึงวันเกิดของลูกหลาน อย่าลืมเอาของไปให้พ่อแม่รับประทาน อย่ากินเหล้า เข้าโฮเต็ล
8. ชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้เป็นมงคลนาม ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน เพราะชื่อเป็นเพียงนามสมมุติแทนตัวเรา อย่างหลวงพ่อชื่อจรัญ ปู่ตั้งให้ หมอดูบอกเป็นกาลกิณี แต่ทำไมเจริญรุ่งเรือง ขอให้เชื่อพระพุทธเจ้าทำดีได้ดี
9. ของดี ของ ปู่ ย่า ตา ยาย อย่าไปทำลายเลย ของพ่อแม่อย่าไปทำลายนะ หนีได้แน่นอน โยมมีกรรมฐาน มีทรัพย์ มีชื่อเสียง ความรัก บูชาทรัพย์ บูชาชื่อเสียง ความรักของพ่อแม่ได้ เงินจะไหลนองทองจะไหลมา..พ่อแม่ให้อะไรเอาไว้ก่อน อย่าไปทำลายเสีย ถึงจะเป็นถ้วยพ่อแม่ให้มา ก็ไว้เป็นที่ระลึกก็ยังดีอย่าเอาไปทิ้งขว้าง
10. ถ้าต้องการเจริญก้าวหน้าขอฝากไว้ด้วย คนเรามี ๒ ก้าว จะก้าวขึ้นหรือก้าวลงดำน้ำไม่โผล่ ก้าวลงมันง่ายดี ก้าวขึ้นมันต้องยาก ของชั่วมันง่าย หลั่งไหลไปตามที่ต่ำ นี่บอกสอนลูกหลาน ต้องการจะบรรจุงานไม่ต้องไปวิ่งเต้น ดูลูกเสียก่อน กุศลเพียงพอหรือเปล่า ต้องเพิ่มกุศล ตัวอย่างเรียนจบครู สวดมนตร์เข้าเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นครู ทำงานธนาคารก็ได้ บริษัทก็ได้เดี๋ยวมีคนรับ บางรายทั้งสอบทั้งสมัครหลายแห่งไม่เคยเรียกเลย อาตมาให้นั่งกรรมฐาน พอ ๗ วันผ่านไปพวกมาตามให้เข้าไปทำงานแล้ว
ที่มา : ที่มา: http://www.vkizz.com/10
สุดยอด!!คอนโดใต้ดินที่หรูหราที่สุดในโลก...พร้อมระบบป้องกันภัยระดับสูงสุด...รับมือวันสิ้นโลกได้อย่างสบาย

ลงทุนสูงถึงกับเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ โดยเปลี่ยนจากโรงเก็บขีปนาวุธใต้ดินในบริเวณ Concordia, Kansas ให้กลายมาเป็นคอนโดที่มีความลึกมากถึง 15 ชั้น โดยคอนโดหลบภัยนี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันได้แทบจะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด สภาพอากาศที่เลวร้าย การก่อการร้าย และรวมไปถึงระเบิดนิวเคลียร์
ประตูหน้าคอนโดใต้ดินแต่ละบานมีน้ำหนักม16,000 ปอนด์
แผนผังความลึกของคอนโดหลบภัยสุดหรูลึกลงไปในใต้ดิน 53 เมตร พร้อมไปด้วยระบบทำความอบอุ่น โรงยิมออกกำลังกาย ระบบให้ความบันเทิงและระบบรักษาความปลอดภัย
พื้นที่โดยรวมในแต่ละชั้นอยู่ที่ประมาณ 1,820 ตารางฟุต สามารถจุคนได้ราวๆ 5-10 คน และในแต่ละชั้นก็จะมีอาหารสำรองได้ยาวนานถึง 5 ปีต่อคน
ย
ห้องชมภาพยนตร์
บ่อเลี้ยงปลา
ระบบพลังงานไฟฟ้าผลิตด้วยพลังงานลม
ระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด มีออฟฟิศสอดส่องทุกซอกทุกมุม
ที่มา khaojing.com