by · No comments:

“หมอช้าง” แนะนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์พารวย เสริมดวงการเงินให้มีความเจริญรุ่งเรือง…










หมอช้าง ทศพร ที่จะมาเผยความลับ กับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่จะนำโชค และทำให้ดวงการเงินมีความเจริญรุ่งเรือง ส่งผลให้รวย ครั้งนี้ หมอ ช้าง ทศพร ศรีตุลา ได้นำ “สิ่งศักดิ์สิทธิ์พารวย” มาโชว์เพียบ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยอดฮิตต้องยกให้ “นางกวัก” และ “แมวกวัก” ซึ่งแต่ละแบบทั้ง กวักซ้าย, กวักขวา, กวักสองมือ จะช่วยเสริมในเรื่องไหน? และยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรอีกบ้างที่พารวย?
หมอช้างจะมาพูดถึง เรื่อง เครื่องราง ของขลัง มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

1. นางกวัก เป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมานานมาก

ประวัติ ความเป็นมา ของนางกวัก
นางกวัก มีชื่อจริงว่า สุภาวดี  ตามตำนาน สุภาวดีได้มีโอกาสพบกับ  “พระกัสสปเถระ” และ “พระสิวลีเถระเจ้า” ทั้ง สองได้ให้พร เท่ากับว่า จิตของสุภาวดีจึงได้รับประสาทพรจากพระอรหันต์ถึงสององค์ ส่งผล ให้ทำการค้าได้กำไรไม่เคยขาดทุน
นางได้รับพรว่า “ขอให้เจริญรุ่งเรืองไพบูลย์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง  จากการค้าขายสินค้าต่างๆสมความปรารถนาเถิด”
มือนางกวัก ต้องกวักเหนือปาก หมายถึง “กินไม่หมด”
มือนางกวัก กวักต่ำกว่าปาก หมายถึง “กินไม่พอ”
ตำแหน่งการตั้ง นางกวัก ควรตั้ง ต่ำกว่าพระพุทธรูป และหันหน้าไปหน้าบ้าน

2.แมวกวัก ญี่ปุ่น มีชื่อเรียกว่า มาเนะคิเนะโกะ









มาเนะคิเนะโกะ มีความหมายถึงการเรียกเงินทอง
แมวกวัก มือซ้าย ช่วยเรื่องงาน , ความรัก
แมวกวักมือขวา ช่วยเรื่องเงินทอง , การค้าขาย
แมวกวัก 2 มือ ช่วยเรื่องงาน , ความรัก , เงินทอง
กวักสูง ช่วยให้มีโชคจากแดนไกล

3.ไซดักทรัพย์


วิธีแขวนไซดักทรัพย์ หักปากไซออกหน้าบ้าน , หน้าร้าน เพื่อเรียก ทรัพย์
 4.ปีเซียะ คือ ลูกมังกรธาตุน้ำ


ปี่เซียะให้คุณด้านโชคลาภ และ แก้ปีชงได้
ปี่เซียะ คือ ลูกมังกรธาตุน้ำ เป็นวัตถุมงคลที่ไม่มีทวาร เงินทองเข้ามาไม่มีไหลออกไป
วิธีบูชาปี่เซียะ คือ ถวายน้ำเปล่า หรือวางน้ำเปล่าไว้ด้านหน้า
ควรลูบปี่เซียะ จากด้านข้าง เพื่อดึงโชคเข้าบ้าน , ร้านค้า
วิธีตั้งปี่เซียะ คือ  หันหน้าไปทางประตู

5.นกคุ้ม


นกคุ้ม ช่วยเรื่องแคล้วคลาดปลอดภัย เรียกทรัพย์ , ป้องกันไฟไหม้
วิธีตั้ง นกคุ้ม ต้อง หันหน้าไปทางหน้าบ้าน , หน้าร้าน

หมอช้างจะมาพูดถึงเรื่องเทพ กันบ้าง
ท้าวกุเวร , ท้าวเวสสุวรรณ , ไฉ่ชิงเอี้ย คือ องค์เดียวกัน เป็นเทพแห่งโชคลาภ และ การเงิน



หมอช้าง พูดถึงเรื่อง เทพแล้ว ก็มาพูดถึง พระอรหันต์ ที่บูชาแล้ว มีโชค มีเงินทอง
1. พระอุปคุต จกบาตร หยุดตะวัน ต้องหันไปด้านขวามือ


พระอุปคุตเป็นยอดด้านคุ้มครองและบันดาลทรัพย์

2.พระสีวลี เป็นพระอรหันต์ที่มี พุทธคุณ ของการมีกินมีใช้


พระสีวลี เชื่อว่าบูชาแล้วจะมีโชคลาภ , ความอุดมสมบูรณ์








3.พระสังกัจจายน์ เป็น พระอรหันต์ ที่อุดมสมบูรณ์


เชื่อว่าบูชาแล้วจะมีความอุดมสมบูรณ์ และร่ำรวย

4.พระคลังมหาสมบัติ


เชื่อว่า ใครได้กราบไหว้จะมีความเจริญรุ่งเรือง , งานดี , เงินพอกพูน
พระคลัง องค์จริง อยู่ที่ “สำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน” ใกล้วัดพระแก้ว

เคล็ดลับเสริมดวง

การบูชาแม่นางกวักนั้นอยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า ให้แม่นางกวักนั้นช่วยกวักเงิน กวักทอง กวักลูกค้า กวักการกวักงานเข้ามาให้ภายในบ้าน ดังนั้นการบูชาที่ดี ย่อมส่งผลให้แม่นางกวักที่เราหาเช่ามาบูชา มีแรงมีกำลังช่วยเหลือในการกวักเงินกวักทอง กวักลูกค้ามาให้มายิ่งขึ้น ซึ่งทาง KumarnLike มีเคล็ดลับในการบูชาแม่นางกวัก ให้ช่วยเรียกโชคลาภให้เรา ง่ายๆ ดัง นี้
1. ผู้บูชาควรมีจิตที่เชื่อ และศรัทธาในวัตถุมงคล ครูบาอาจารย์ ผู้ปลุกเสกให้แก่เรา
2. ก่อนออกจากบ้านควรอาราธนาแม่นางกวักไปกับเราด้วย หรือหากค้าขายอยู่ที่บ้าน ก็ควรอาราธนาติดตัวไว้ด้วยเช่นกัน
3. การจัดวางแม่นางกวัก ไม่ควรวางหันหน้าไปทางทิศตะวันตก และไม่ควรวางรวมไว้บนหิ้งพระ หรือวางสูงกว่าพระโดยเด็ดขาด
4. การนำแม่นางกวักเข้าบ้านครั้งแรกควรจุดธูป 12 หรือ 16 ดอกบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง ให้เปิดทางให้แม่นางกวักของเราสามารถเข้าออกบ้านได้โดยง่าย
5. หากต้องการจุดธูปเพื่อบอกกล่าว หรืออธิษฐานขอแม่นางกวัก ให้จุดธูป 5 ดอก
6. ควรนำน้ำแดง น้ำเขียว น้ำเปล่า ขนมหรือผลไม้ และพวงมาลัยดอกไม้ ถวายแม่นางกวักทุกวันพระ
7. ของถวายนั้น ไม่จำเป็นต้องถวายทุกวันก็ได้ แต่ควรถวายอย่างน้อย 3-7 วันครั้ง และที่สำคัญน้ำเปล่าห้ามขาดหิ้งโดยเด็ดขาด
8. หมั่นทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้แก่แม่นางกวัก เพื่อให้แม่นางกวักของเรามีฤทธิ์ สามารถเรียกลูกค้าได้เร็วๆ แรงๆ
9. การถวายอาหารห้ามถวายอาหารคาวโดยเด็ดขาด ให้ถวายเป็นของหวาน หรือผลไม้แทน
10. ไม่ควรอธิษฐาน หรือขอในสิ่งที่เกินจริง หรือเกินกำลัง และเมื่อได้ในสิ่งที่ขอแล้วก็ควรนำของที่สัญญาว่าจะให้(ในกรณีที่บอกว่าจะให้) มาให้ตามที่กล่าวไว้ ไม่ควรผิดสัญญาเด็ดขาด

     ที่มา :   http://www.doodiza.com/news6355.html



Read More
by · No comments:

อาจารย์ให้เเล้วเมื่อเช้า!! ชุดสามตัวบนสองชุด 1/11/2558



 อาจารย์ได้ให้เลขมาเมื่อเช้านี้กับหวยเด็ดงวดนี้ ชุดสามตัวบนสองชุด ประจำงวดนี้ 1 พฤศจิกายน ประจำปี 2558 สำหรับสูตรนี้เป็นชุด 3 ตัว เน้นๆ งวดนี้เซฟไว้เผื่ออาจจะเข้าตรงๆก็ได้ ถ้าเกิดถูกเเล้วอย่าลืมทำบุญกันด้วยเด้อ ก็ได้เเต่ขอเเนะนำว่าให้พี่น้องชาวคอหวยทุกท่านเสี่ยงโชคอย่างพอประมาณ เสี่ยงโชคกับสลากกินเเบ่งรัฐบาลเท่านั้น

 3 ตัวบน 2 ชุด

518

715

รอผล…

ท่านไหนสนใจสามารถติดตามได้ตาม Facebook ต่างๆ หรือ เว็บหวยเลขเด็ดlottery.jokerza.com เเหล่งรวมเลขเด็ดทุกซองไว้ที่นี่ สามารถเข้ามาเเบ่งปันกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง เเชร์หวยเข้าทุกงวด เว็บหวยอันดับ 1 ของไทยอัพเดทตลอด 24 ชั่วโมง



ที่มา:http://lottery.jokerza.com/?p=974
Read More
by · No comments:

ปาฏิหาริย์แท้ๆ!! หนุ่มคนนี้ "ขอบคุณ" ฉลามที่กัดเขาปางตาย เพราะมันเป็นผู้ "ช่วยชีวิต" เขาไว้อย่างสุดเหลือเชื่อ !!








เรียกได้ว่าปาฏิหาริย์ก็ไม่ผิดนัก เมื่อหนุ่มคนนี้ถูกฉลามกัดเลือดโชกปางตาย แต่เค้ากลับกล่าวขอบคุณมันเพราะเจ้าฉลามตัวนี้กลับเป็นผู้ช่วยชีวิตเขาไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เว็บไซต์ News Sky ได้เผยแพร่เรื่องราวสุดเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นกับชายที่ชื่อ Eugene Finney  ซึ่งเขาเล่าว่าวันที่เขาพาครอบครัวไปเที่ยวชายหาดแคลิฟอร์เนีย และได้ถูกฉลามกัดขณะกำลังว่ายน้ำเล่น

“ผมรู้สึกเหมือนมีบางส่งกระแทกที่หลัง มันเจ็บมากๆ เหมือนโดนแซ่ฟาดเลย นั่นทำให้ผมหนีขึ้นจากน้ำ กระทั่งขึ้นมาบนบก ลูกสาวผมตกใจมากที่เห็นหลังของผมชุ่มไปด้วยเลือด" ซึ่งหลังจากนั้นชายหาดก็ปิด เพราะพบอีกฉลาม 2 ตัวอยู่ในบริเวณดังกล่าว 

ส่วน Eugene ต้องไปพบแพทย์ และสิ่งที่ทำให้เค้าต้องกล่าวขอบคุณเจ้าฉลามตัวนี้ที่กัดเค้าก็คือ ทีมแพทย์ตรวจพบมะเร็งที่ไตด้านขวาของเขา ขนาดเท่าลูกวอลนัท ซึ่งเขาต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนเพราะชิ้นมะเร็งนั้นกำลังขยายขนาด และการผ่าตัดเป็นไปด้วยดี 

ซึ่งล่าสุดเขากำลังอยู่ในระหว่างพักฟื้น เขารู้สึกขอบคุณ ฉลาม ตัวนั้นที่กัดเขา ที่ทำให้เขาตรวจพบมะเร็งก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป 












ที่มา:http://www.news-lifestyle.com/content/146249/

Read More
by · No comments:

แทบช็อก! คบกับแฟนมา 1 ปี แฟนแอบขายตัว แต่เมื่อแอบไปเล่นมือถือกลับเจอข้อความแบบนี้ เป็นใครก็รับไม่ได้!

เรื่องมีอยู่ว่า ผมกับแฟนคบกันมาได้ 1 ปีกว่าละคับ  ดันไปรู้ความลับอะไรที่ไม่เข้าเรื่องซะงั้น
ก่อนอื่นเลยผมแนะนำแฟนก่อนนะคับ  เค้าเป็นคนที่ดูดีเลยคับ ขาว ตัวเล็ก น่ารักเลยคับ  ทำงานรัฐ ด้วยคับ อายุ 30







ส่วนตัวผมนั้นก็ ก็พอดู ได้ไม่ได้หล่อ เท่ห์ อะไรมาก การงานก็ทำงานรัฐเหมือนกันคับ อายุ 26 ห่างกัน 4 ปี คับ
การเป็นอยู่นั้นก็อยู่กันคนละจังหวัดคับไปๆๆมาๆคับเดือนนึงเจอกาน 3 - 4 ครั้ง เพราะทำงานรัฐนี้ละ
ทุกครั้งที่เค้ามาหานั้นเค้าก็เปิดโรงแรมตลอด เราก็พาไปเที่ยวนู้นนั้นนี้เรื่อยๆๆ ค่าใช้จ่ายนั้นส่วนใหญ่แฟนเป็นคนออกคับ
ตอนแรกก็ไม่ได้เอะใจอะไรหรอกคับ  พักหลังๆๆนี้รู้สึกว่า ผู้หญิง คนๆๆนึงทำงานรัฐทำไมมีเงินใช้เยอะกว่าเราน๊า
ก็ไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องแบบที่ตั้งกระทู้เลยคับ 
จนมาวันนึ่งผมดันไปกดเล่นโทรศัพเค้า นั่งอ่านไลน์เล่นๆๆไปเจอข้อความนึงที่สนทนาระหว่าง คน 2 คน คือ แฟนเรากะใครไม่รู้ ได้ความว่าแบบนี้คับ
(แฟน) " พี่ค่ะหนูถึงละนะค่ะ  เริ่มงานได้เลยนะค่ะ รับงานได้ทั้งกลางวันละกลางคืนเลยค่ะ" 
            (จากที่ดูวันเวลาของข้อความนั้นตรง เสา-อาทิตย์ที่ไม่ได้อยู่กับเราด้วย)
(อีกคนตอบ) "ร้องไห้เวลาห่างกัน1ซม) ค่ะ เดียวลูกค้าไปหาที่ห้อง C2 นะค่ะ โรงแรม(จำชื่อไม่ได้)    ลค. ยังไม่ได้จ่ายเงินนะค่ะ 1500 บ."
(แฟน) "โอเครค่ะเดียวเสร๊จงานจะไลน์บอกนะค่ะ ถ้ามี ลค. อีกบอกให้รอหนูก่อนะค่ะ"
เรื่องมีอยู่ว่า ผมกับแฟนคบกันมาได้ 1 ปีกว่าละคับ  ดันไปรู้ความลับอะไรที่ไม่เข้าเรื่องซะงั้น
ก่อนอื่นเลยผมแนะนำแฟนก่อนนะคับ  เค้าเป็นคนที่ดูดีเลยคับ ขาว ตัวเล็ก น่ารักเลยคับ  ทำงานรัฐ ด้วยคับ อายุ 30
ส่วนตัวผมนั้นก็ ก็พอดู ได้ไม่ได้หล่อ เท่ห์ อะไรมาก การงานก็ทำงานรัฐเหมือนกันคับ อายุ 26 ห่างกัน 4 ปี คับ
การเป็นอยู่นั้นก็อยู่กันคนละจังหวัดคับไปๆๆมาๆคับเดือนนึงเจอกาน 3 - 4 ครั้ง เพราะทำงานรัฐนี้ละ
ทุกครั้งที่เค้ามาหานั้นเค้าก็เปิดโรงแรมตลอด เราก็พาไปเที่ยวนู้นนั้นนี้เรื่อยๆๆ ค่าใช้จ่ายนั้นส่วนใหญ่แฟนเป็นคนออกคับ
ตอนแรกก็ไม่ได้เอะใจอะไรหรอกคับ  พักหลังๆๆนี้รู้สึกว่า ผู้หญิง คนๆๆนึงทำงานรัฐทำไมมีเงินใช้เยอะกว่าเราน๊า
ก็ไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องแบบที่ตั้งกระทู้เลยคับ 
จนมาวันนึ่งผมดันไปกดเล่นโทรศัพเค้า นั่งอ่านไลน์เล่นๆๆไปเจอข้อความนึงที่สนทนาระหว่าง คน 2 คน คือ แฟนเรากะใครไม่รู้ ได้ความว่าแบบนี้คับ
(แฟน) " พี่ค่ะหนูถึงละนะค่ะ  เริ่มงานได้เลยนะค่ะ รับงานได้ทั้งกลางวันละกลางคืนเลยค่ะ" 
            (จากที่ดูวันเวลาของข้อความนั้นตรง เสา-อาทิตย์ที่ไม่ได้อยู่กับเราด้วย)







(อีกคนตอบ) "ร้องไห้เวลาห่างกัน1ซม) ค่ะ เดียวลูกค้าไปหาที่ห้อง C2 นะค่ะ โรงแรม(จำชื่อไม่ได้)    ลค. ยังไม่ได้จ่ายเงินนะค่ะ 1500 บ."
(แฟน) "โอเครค่ะเดียวเสร๊จงานจะไลน์บอกนะค่ะ ถ้ามี ลค. อีกบอกให้รอหนูก่อนะค่ะ"


ที่มา.bigza.com
Read More
by · No comments:

ทำไม นิว วงศกร ตัวจริง ถึงเป็นคนแบบนี้!? ไปเจอที่ร้านอาหาร ทำให้ความคิดเปลี่ยนไปเลย


สมกับเป็นบุคคลสาธารณะ จริงๆ เลย สำหรับ พระเอกหมอชิต นิว วงศกร ปรมัตถากรณ์ เพราะไม่เคยอิดออด หน้าหงิก หน้างอ เวลาเจอแฟนๆเข้ามาขอถ่ายรูป








เห็นได้จากประสบการณ์ตรงที่สมาชิกpantip.com ท่านหนึ่งได้บังเอิญไปเจอหนุ่มนิวเมื่อครั้งมาทานข้าวแบบเป็นส่วนตัวเข้า  และก็ประทับใจจังๆ เพราะแม้จะทานเสร็จแล้วแต่พระเอกนิวก็ยังอยู่ถ่ายรูปกับแฟนๆที่มารุมล้อมแบบยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีหน้าหงิกหน้างอให้เห็นเลยสักนิด
นิสัยน่ารักอย่างนี้ไง สาวนาว เอ้ย! แฟนละคร ถึงได้รักได้หลงไม่เสื่อมคลาย





















ที่มา .bigza.com

Read More
by · No comments:

ตะลึงใจมากๆ!! ชมคลิป งูกินคนน่ากลัวมากๆเลย!!!





















ที่มา:http://whos.amung.us/stats/v2ueku9w1zp1/
Read More
by · No comments:

โซเชี่ยลตื่น! อาจารย์คนดังเผย รายชื่อเมืองที่จะจมอยู่ใต้น้ำ ประมาณ พ.ศ. 2563

Kru Chanvit รายชื่อเมืองที่จะจมอยู่ใต้น้ำ ประมาณ พ.ศ. 2563
อ่านให้จบนะครับ แล้วตามไปอ่านในลิ้งค์ด้วย อ่านให้ละเอียดช้าๆ แล้วหากท่านอยากรู้อะไรเพิ่มเติม ก็เสิร์ทค้นหาในกูเกิ้ลต่อนะครับ พิมพิืภาษาไทยลงไปนี่หละครับ ละเอียดกว่าถามผมแยะครับ
ที่คุณครูชาญวิทย์ลงมาเป็นล่าสุด แต่ยังไม่เห็นต้นตอที่มา
ส่วนด้านล่างเป็นของ ดร.เสรี
แค่ไม่ต้องคำนึงถึงอภิมหาภัยพิบัติทำลายโลก เอาแค่น้ำแข็งละลายน้ำก็ท่วมกรุงเทพมหานครลึกเข้ามาชายฝั่งอย่างน้อยที่สุด ๑๐ กิโลเมตรแล้ว และผมยืนยันว่า เขาประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง






พม่าย้ายเมืองหลวงไป เนียปิดอว์ เรียบร้อยแล้ว ไม่โลกสวยนะครับ และไม่โลกมืดด้วย โลกเปลี่ยนไปตามวัฎจักรวงรอบธรรมชาติ ไม่ได้มีอะไแปลกใหม่เลย ช่วงชีวิตเราในรอบนี้เท่านั้นที่มีคนพยายามปิดบังให้เรามาเรียนมารู้เอง เพราะระบบทุนนิยม เน้นการบริโภคปิดหูปิดตากันไปหมด ลองอ่าน พิจารณาดูนะครับ
------------------------------------------------------------------------------
........คาดเดาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ฟ สหรัฐอเมริกาน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
........เมืองที่อยู่ริมชายฝัง , เกาะ , เมืองที่มีแม่น้ำไหลผ่าน อาจจมน้ำได้ ปริมาณน้ำที่เคยเป็นหิ้งน้ำแข็ง
........และที่เคยหักเป็นก้อนอยู่ในทะเลในฤดูหนาวนั้น มีปริมาณหลายพันลูกบาศก์กิโลเมตร
........ซึ่งมากพอที่จะเพิ่มระดับน้ำทะเลให้สูงกว่าเดิมถึง 6,400 นิ้ว หรือ 16,000 เซนติเมตร หรือ 160 เมตร ในปี ค.ศ. 2020 หรือ พ.ศ. 2563
........นั้นแสดงว่า ไอพีซีซี คำนวณการเพิ่มของระดับน้ำทะเลพลาดไป 1 เท่าตัว เพราะไม่ได้เอาปัจจัยหิ้งน้ำแข็งมาคำนวณ
........จากผลการศึกษาชุดล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์ชาวยุโรปทั้ง 3 คนนี้ คาดว่า เร็วๆนี้ ไอพีซีซี คงจะออกมาชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยตัวใหม่
........ที่ส่งผลถึงการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลทั่วโลก ' สรุประดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นถึง 160 เมตร



รายชื่อเมืองที่จะจมอยู่ใต้น้ำ 160 เมตร ประมาณ พ.ศ. 2563
-------------------------------------------------------------------------------
........1. นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ประชากรประมาณ 24,857,000 คน
........2. ฟิลาเดนเฟีย สหรัฐอเมริกา ประชากรประมาณ 7,452,300 คน
........3. ลอส แอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ประชากรประมาณ 16,927,620 คน
........4. โทรอนโต แคนาดา ประชากรประมาณ 9,258,400 คน
........5. ออสตาวา แคนาดา ประชากรประมาณ 12,638,450 คน
........6. ฮาวานา คิวบา ประชากรประมาณ 7,524,000 คน
-------------------------------------------------------------------------------
อเมริกาใต้
-------------------------------------------------------------------------------
........7. การากัส เวเนซุเอรา ประชากรประมาณ 12,856,000 คน
........8. บัวโนสใฮเรส อาร์เจนตินา ประชากรประมาณ 5,492,000 คน
........9. โบโกตา โคลอมเบีย ประชากรประมาณ 14,584,900 คน
........10. เซาเปาลู บราซิล ประชากรประมาณ 8,243,000 คน
........11. ซาติเอโก ชิลี ประชากรประมาณ 11,859,200 คน
-------------------------------------------------------------------------------
ยุโรปบ้าง
-------------------------------------------------------------------------------
........12. ลอนดอน อังกฤษ ประชากรประมาณ 18,672,000 คน
........13. เฮงซิงกิ ฟินแลนด์ ประชากรประมาณ 7,473,600 คน
........14. ปารีส ฝรั่งเศส ประชากรประมาณ 17,253,000 คน
........15. สตอสโฮร์ม สวีเดน ประกรประมาณ 12,854,000 คน
........16. อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ ประชากรประมาณ 8,967,000 คน
........17. ดับลินไอร์แลนด์ 4,982,400 คน
------------------------------------------------------------------------------
เอเชียบ้านเรา
------------------------------------------------------------------------------
........18. โตเกียว ญี่ปุ่น ประชากรประมาณ 34,749,000 คน
........19. นางาซากิ ญี่ปุ่น ประชากรประมาณ 21,746,450 คน
........20. โซล เกาหลีใต้ ประชากรประมาณ 9,255,000 คน
........21. ไทเป ใต้หวัน ประชากรประมาณ 18,792,000 คน
........22. เซี่ยงไฮ้ จีน ประชากรประมาณ 16,482,900 คน
........23. ฮ่องกง จีน ประชากรประมาณ 17,784,000 คน
........24. ฮานอย เวียดนาม ประชากรประมาณ 15,644,200 คน
........25. กรุงเทพมหานคร ไทย ประชากรประมาณ 11,584,700 คน
........26. สิงคโปร์ซิตี้ สิงคโปร์ ประชากรประมาณ 3,257,000 คน
........27, ย่างกุ้ง พม่า ประชากรประมาณ 4,922,000 คน
------------------------------------------------------------------------------
ออสเตรเลีย
------------------------------------------------------------------------------
........28. ซิดนี่ย์ ออสเตรเลีย ประชากรประมาณ 18,351,400 คน
........29. วิกตรอเรีย ออสเตรเลีย 8,445,000 คน
........30. เวงลิงตัน นิวซีแลนด์ ประชากรประมาณ 4,799,520 คน
-----------------------------------------------------------------------------







อีก 10 ปีกรุงเทพอยู่ใต้บาดาล “รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์”
สถาบันเวิลด์วอทช์ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ศึกษาวิจัยด้านสภาพแวดล้อมทั่วโลกระบุว่า จากการศึกษาของสหประชาชาติ (UN) และอีกหลายสถาบัน พบว่า เมืองที่มีที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลทั่วโลกกำลังเผชิญกับอันตรายจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและพิบัติภัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก โดยพบว่า เมืองชายฝั่ง 21 แห่ง จากทั้งหมด 33 แห่งที่ได้รับการคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนประชากรสูงถึง 8 ล้านคนภายในปี 2558 มีความเปราะบางสูงมากที่จะถูกน้ำท่วม ซึ่ง 1 ในเมืองที่มีความเสี่ยงต่อภัยนี้ คือ “กรุงเทพมหานคร”
สอดคล้องกับโครงการวิจัยร่วมไทย-ยุโรป GEO2TECDI (Geodetic Earth Observation Technologies for Thailand : Environmental Change Detection and Investigation) ซึ่งเป็นโครงการวิจัยร่วมระหว่างประเทศไทยและสหภาพยุ โรปที่ได้รับการสนับ สนุนเงินทุนจากสหภาพยุโรป ในโครงการตรวจวัดการเคลื่อนตัวของแผ่นดินและระดับน้ำ ทะเลโดยใช้เทคโนโลยี Space Geodetic ออกมาเปิดเผยผลวิจัย ว่า ประเทศไทยโดยรวมจะมีการทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยกลับเพิ่มขึ้น ส่วนแผ่นดินกรุงเทพฯ จะทรุดลงปีละ 15 มม.
“รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์” กรรมการภูมิศาสตร์โลก และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ที่เพิ่งศึกษาวิจัยประเด็นนี้เสร็จหมาดๆ แล้วส่งเปเปอร์ให้กับธนาคารโลก (World Bank) ในฐานะเจ้าของเงินทุนการวิจัย เล่าความเป็นมาว่า ได้ใช้เวลาในการศึกษาเรื่องนี้ 2 ปี โดยศึกษาเฉพาะกรณีของประเทศไทย
เหตุเพราะว่าธนาคารโลกสนใจเรื่องนี้มาก และศึกษามาอย่างต่อเนื่องจนได้ข้อมูลว่า 4 เมืองหลักในทวีปเอเชีย ได้แก่ เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย, เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม, เมืองมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และกรุงเทพฯ ประเทศไทย
ดังนั้น จึงให้ทุนมาศึกษาวิจัยว่าความเสี่ยงมีมากขนาดไหน ประชาชนจะได้รับผลกระทบกี่ครอบครัว และความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจะเป็นมูลค่าเท่าไหร่
“วิธีการศึกษาผมได้ใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ เป็นคอมพิวเตอร์ทั้งหมด สร้างเมืองกรุงเทพฯจำลองขึ้นมา ซึ่งกรุงเทพฯ ประกอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองต่างๆ ระดับความสูงของพื้นดิน ระดับน้ำทะเลบริเวณเขตบางขุนเทียน จากนั้นใส่ปริมาณน้ำเหนือ น้ำหนุน และปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา ใส่ข้อมูลต่างๆ ลงไปให้ครบ และใช้เหตุการณ์น้ำท่วมปี 2538 เป็นฐาน..”
ผล.. เราพบว่าถ้าเหตุการณ์อย่างปี 2538 เกิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง อนาคตเราหนีไม่พ้นแน่ กรุงเทพฯรับไม่ได้กับเหตุการณ์นี้ ต้องโดนน้ำท่วมหนัก”
คำว่า ”กรุงเทพฯรับไม่ได้กับเหตุการณ์นี้” ของอาจารย์เสรีมีความหมายว่าผืนดินบริเวณริมทะเลทั้งหมด โดยวัดจากริมชายทะเลเข้าไปในแผ่นดินประมาณ 10 กิโลเมตร จะถูกน้ำท่วม “โดยมีระดับความสูงของน้ำ 1.8-2.00 เมตร” !! ดังนั้นลักษณะของบ้านอนาคตประเทศไทยต้องมีใต้ถุนสูง ส่วนบ้านแพลอยน้ำเป็นของประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ขณะนี้ได้ออกแบบเตรียมรับมือน้ำท่วมไว้แล้ว
“”เราพบว่าพื้นที่กรุงเทพฯ จะถูกน้ำท่วมรุนแรง แน่นอนว่าขึ้นอยู่กับว่าจะติดกับชายฝั่งขนาดไหน ถ้าอยู่ติดชายฝั่งระดับน้ำจะท่วมสูง 1.8-2.00 เมตร ถ้าลึกเข้าไปก็ลดหลั่นกันไป แต่ริมชายฝั่งอย่าง จ.สมุทรปราการ สมุทรสาคร บริเวณปากแม่น้ำจมแน่ๆ”"
เขาอธิบายว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ชั้นหินอ่อนจะเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมภายใน 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไป โดยสถานการณ์จะรุนแรงกว่าปี 2538 เพราะจากการคำนวณพบว่า ทุกๆ 25 ปี กรุงเทพฯ มีโอกาสจะเกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรง (ภายในปี 2563) ทั้งนี้หากคำนวณจากปัจจัยแผ่นดินทรุดเพียงกรณีเดียว พบว่าจะเกิดปัญหาน้ำท่วมภายใน 25 ปี แต่ในความเป็นจริงปัจจัยที่เป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วม ไม่ได้มีเพียงแค่กรณี เดียว
แต่ ประกอบด้วย 4 ปัจจัยดังต่อไปนี้ 1.ปริมาณฝนที่ตกลงมา ขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 5-10% ต่อปี 2.การทรุดตัวของแผ่นดิน ซึ่งในอดีตแผ่นดินกรุงเทพฯ จะทรุดตัวต่ำลงประมาณปีละ 100 มม.แต่ในปัจจุบันหลังมีมาตรการห้ามขุดเจาะน้ำบาดาล อัตราการทรุดตัวเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ10-20 มม. 3.ระดับ น้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มีอัตราน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉลี่ยปีละประมาณ 3 มม.4.ผังเมืองและความแออัดของชุมชนเมือง ทำให้พื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่ชุ่มน้ำของกรุงเทพฯ ลดลงกว่า 50% เมื่อมีน้ำเหนือไหลมาหรือมีปริมาณฝนมากขึ้นจึงไม่มีพ ื้นที่รองรับน้ำ
“สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือเหตุการณ์ปี 2538 น้ำเหนือมาหนักมาก มันไหลมา 4,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่กรุงเทพฯรับน้ำได้ 3,000 ลูกบาศก์เมตร เพราะฉะนั้นหากเกิดเหตุการณ์เช่นปี 2538 อีกครั้งเมื่อน้ำมาสี่พันกว่าลูกบาศก์เมตรเขาจำเป็นต้องผลักน้ำออกไปทางซ้ายและทางขวา ก่อนเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งหมายความว่าน้ำจะท่วมชนบทอย่างมโหฬาร พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม จะโดนหนักมาก แล้วมาทาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เขตหนองแขม และเขตลาดกระบัง กทม. ก็ไม่รอด”
สำหรับสาเหตุที่น้ำท่วมกรุงเทพฯในปี 2563 จะหนักหนาสาหัสมาก ดร.เสรีบอกว่า ตัวการสำคัญ คือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะผังเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่ว่างเปล่า ลดลงไปจากเดิมถึงครึ่งหนึ่ง






“แต่ก่อนผมจำได้ว่ามีพื้นที่ว่างเปล่าหรือพื้นที่ชุ่มน้ำของ กทม. 1,500 ตร.กม. เป็นพื้นที่สีเขียวประมาณ 40% ปัจจุบันเหลือเพียง 20% เท่านั้น และขณะนี้เรากำลังสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ รุกล้ำไปในพื้นที่ชุ่มน้ำมาก เช่น สร้างหมู่บ้านจัดสรรขวางทางระบายน้ำ ซึ่งเป็นทางน้ำไหลลงทะเลไปทางทุ่งตะวันออก บริเวณหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง บริเวณนี้หมู่บ้านเกิดขึ้นเยอะมาก รวมทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะฉะนั้นจึงเป็นปัญหา”
อาจารย์เสรีบอกว่า ภายในปี 2563 หากเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นและถ้ารัฐบาลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ได้ดำเนินการอะไร ไม่ได้สร้างคันดินที่จะกั้นน้ำไม่ให้ทะลุเข้ามา หรือการขุดลอกคลองระบายน้ำ ทำพื้นที่แก้มลิง หรือหาพื้นที่แก้มลิงเพิ่มเติมน้ำจะท่วมกรุงเทพฯแน่นอน


ที่มา .bigza.com/


Read More